ปรับโฉม เค้กโยเกิร์ต

เมษา 65 เดือนนี้เราปรับโฉม ขนมตัวหลักของเรา cottonyogurtcake หรือใครๆก็เรียกว่าเค้กโยเกิร์ต ด้วยส่วนผสมที่จากโยเกิร์ต คอตต้อนโยเกิร์ตเค้ก ถึงได้รับนิยมจาก ลูกค้าทั่วประเทศ ด้วยรสชาติที่อร่อย ทานง่าย แถมยังไม่อ้วน เพราะ เค้กโยเกิร์ตเป็น เค้กที่มีแคลลอรี่ต่ำ
เราปรับโฉมใหม่เพื่อ อายุสินค้าจะเก็บได้นาน ส่งไกลได้มากขึ้น และยังคงรสชาติอร่อยเหมือนเดิม
สนใจ สั่งซื้อไปลองชิมหรือไปจัดจำหน่ายได้ ที่ โทร 092-9591159 Line: @cakehom FB: ร้านเค้กหอม

การเปลี่ยนแปลงเค้กหอมลาดยาว2021

กลางปี 2021 ได้รับการชวนจากเพื่อน ชวนมาเปิดร้านในทำเลที่เห็นชัดเจน และถือว่าโดดเด่นในตลาดประจำอำเภอ
ขณะนั้น ยังยุ่งกับการขายส่งขนมต่างจังหวัด เราคิดมาตลอดว่า ร้านเราเปิดมานาน น่าจะมีคนรู้จักพอสมควรแล้ว
แต่ทำเลนี้มันตรงใจจริงๆ จังหวะและโอกาสที่ลงตัว
ถึงวันนั้น ต้องตัดสินใจเอาไว้ก่อนเลยแล้วกัน โอกาสคงไม่มีเข้ามาในชีวิตง่ายๆ
ขณะที่รื้อโครงสร้างอาคารเก่า จริงๆตอนแรกคิดว่าจะทำแค่แต่งเติม แต่ด้วยความทรุดโทรมของไม้เก่า เลยต้องสร้างใหม่
เพื่อนเล่าให้ฟังว่าปัญหาขณะนั้นก็มีมากอยู่การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ ต้องถูกยุบเข้าไป “ต้อง 8 เมตร “
ได้ฟังตอนแรกก็ใจสั่น เวลาก่อสร้างก็ยืดออกไป

ในขณะนั้น เราได้พอรู้ขนาดห้อง เลยเริ่มวาดเขียนแบบด้วยมือนี่แหละ โปรกงโปรแกรม ลืมไปหมดแล้ว
ถอดแบบทำความเข้าใจกับช่างให้เข้าใจในวัตถุประสงค์
เราอยากได้ร้านที่ออกมาเป็นร้านขนม เหมือนในยุโรป
แต่ถ้าเราแต่งยุโรปจริงๆงบประมาณมันสิ้นเปลืองมาก เลยใช้การออกแบบและใช้วัสดุที่บ้านเรามีประยุกต์
โชคดีที่มีทีมช่างที่เข้าใจ ทำตามได้ดั่งใจ
ช่างโป๊เก็บงานเพื่อ งานติดคิ้วไม้และทำสี
วันนี้เราพร้อมเปิดให้บริการ ขนมอร่อยๆแล้วจ้า

ระวัง 6 อาการป่วย จากอากาศร้อนจัด


นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้ช่วงกลางวันมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งความร้อนเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั้ง เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ผู้ทำงาน หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร คนงานก่อสร้าง นักกรีฑา หรือผู้ที่เล่นกีฬาหนักๆ รวมทั้งทหารเกณฑ์ จึงต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนเกิดจากร่างกายได้รับความร้อนสูงเกินกว่าที่ร่างกายจะทนได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ดังนี้ 1. ผื่นผิวหนัง เกิดจากร่างกายขับเหงื่อออกมามากจนเกิดการอักเสบของรูขุมขนทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองและเป็นตุ่มสีแดงหรือผื่นที่บริเวณหน้า ลำคอ หน้าอกส่วนบน ใต้ราวนม และขาหนีบ แนะนำให้อาบน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และทายาบริเวณที่เป็นผื่น

2. บวมที่ข้อเท้า เกิดจากเส้นเลือดบริเวณผิวหนังขยายตัว ทำให้เกิดอาการบวมที่ขา โดยเฉพาะที่ข้อเท้า จึงควรพักผ่อนและนอนยกขาสูง 3. ตะคริวเกิดจากกล้ามเนื้อหดตัวและเกร็งอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะบริเวณขา แขน และ ท้อง ซึ่งพบในผู้ที่ทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างหนัก จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ทางเหงื่อเป็นจำนวนมาก แนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็นตะคริว นวดกล้ามเนื้อเบาๆ ประมาณ 1 – 2 นาที สลับกับการยืดกล้ามเนื้อ และดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเกลือแร่ เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป

4. เป็นลม เกิดจากร่างกายไม่สามารถปรับตัวต่ออากาศที่ร้อนขึ้น เนื่องจากร่างกายพยายามขับความร้อนส่วนเกินออก โดยการเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปที่ผิวหนังเป็นผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอชั่วขณะ ทำให้เป็นลมหมดสติได้ วิธีช่วยเหลือคือให้ผู้ป่วยนอนหงายราบกับพื้น ใช้หมอนรองขาและเท้าสูงกว่าลำตัว พัดโบกลมให้ถูกหน้า ลำตัว และให้ดมยาหม่องหรือยาดมอื่นๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า และบีบนวดแขนขา หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาที ให้ไปพบแพทย์

5. เพลียแดด สาเหตุสำคัญเกิดจากการสูญเสียน้ำหรือเกลือแร่ที่สำคัญจำนวนมากไปกับเหงื่อเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ผู้ที่มีอาการเพลียแดดยังคงมีเหงื่อออก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และกระหายน้ำอย่างมาก หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว แต่ยังคงมีสติอยู่ วิธีช่วยเหลือ คือ ให้ผู้ป่วยนอนยกขาสูง ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็งไว้ตามซอกคอ รักแร้ ข้อพับและขาหนีบ หากผู้ป่วยมีอุณหภูมิภายในร่างกายสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส ให้นำส่งโรงพยาบาลทันที

และ 6. โรคลมแดด หรือ ฮีตสโตรก (Heat Stroke) เป็นโรคที่รุนแรงมาก เกิดขึ้น เมื่ออยู่ในอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นกว่า 40 องศาเซลเซียส และไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ตามปกติ อาการที่พบ คือ ผู้ป่วยจะมีอาการผิวหนังแดง ร้อน เหงื่อไม่ออก สับสน หมดสติ และหากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลทันทีอาจเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง วิธีช่วยเหลือผู้ป่วย คือ พาผู้ป่วยหลบเข้าที่ร่ม หรือในรถที่เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือห้องที่มีความเย็น ถอดเสื้อผ้าให้เหลือเท่าที่จำเป็น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็งไว้ตามซอกคอ รักแร้ ข้อพับและขาหนีบ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว โดยรถปรับอากาศ หรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ทั้งนี้ หากพบคนไม่สบายหรือต้องการความช่วยเหลือ ให้รีบโทรหาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือติดต่อสายด่วนช่วยชีวิต 1669

กินเจ ในมุมมองของหมอ

การช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลกินเจเพื่อให้อินเทรนด์กับเขาบ้างหมอจึงได้หาข้อมูลเกี่ยวกับการกินเจมาฝากเพื่อนๆ ชาว  OK  ค่ะเทศกาลกินเจจะเริ่มตั้งแต่ 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำเดือน 9 นับตามปฏิทินจีนซึ่งจะตรงกับเดือนตุลาคมของไทยเราตามตำนานเล่าว่าเมื่อเล่าจื๊อศาสดาแห่งลัทธิเต๋าเกิดขึ้นได้ถือพรตของลัทธิเต๋าแต่นั้นมาhttp://unitus.synergy-e.com/custom/inread/sf/src/html/r.html?ox_ver=8.6คำว่า  “เจ”  หรือ  “แจ”  ในภาษาจีนมีความหมายในทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานว่า ” อุโบสถ” และแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า “ไม่มีคาว”ซึ่งความหมายที่แท้จริงของคำว่า  “กินเจ”คือ .. การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวันหรือที่ชาวพุทธในไทยถือ  “อุโบสถศีล”  หรือคือ  “การรักษาศีล 8”  โดยหลังจากเที่ยงวันแล้วจะไม่รับประทานอาหารอีกแต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธฝ่ายมหายานไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยม  “การไม่กินเนื้อสัตว์”  ไปรวมกับคำว่า“กินเจ” ซึ่งเป็นการถือศีลไปด้วยทุกวันนี้ถึงแม้จะรับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า “กินเจ”ฉะนั้นความหมายก็คือ “คนที่กินเจ” ไม่ใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์แต่คนกินเจยังต้องดำรงตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาดงดงามทั้งกายวาจา และใจ และเป็นการถือศีลบำเพ็ญธรรมไปด้วยพร้อมกันจึงเรียกว่า  “กินเจ”  ที่แท้จริงกิกิกเราสามารถแบ่งการกินเจได้ 2 แบบ คือการกินเจในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำ เดือน 9ตามปฏิทินจีน  ซึ่งวันเวลาของการกินเจทั้ง 9 วัน จะมีชื่อเรียกดังนี้คือ  ชิวอิก   ชิวยี่   ชิวซา   ชิวสี่ชิวโหงว   ชิวลัก   ชิวฉิก   ชิวโป๊ย  และชิวเก้าโดยที่  “เจอิ๊ว”  หรือผู้ร่วมพิธีกินเจจะมีการทำบุญในระหว่าง 9 วันโดยการนำโหงวก้วยหรือซาก้วยผลไม้ 5 หรือ 3 อย่างมาไหว้ ซึ่งมักนิยมใช้ผลไม้ที่มีความหมายเป็นมงคลเช่น  ส้ม .. ซึ่งแปลว่า โชคดีองุ่น .. หมายถึง ความงอกงามสับปะรด .. แปลว่า มีโชค และกล้วย .. ที่หมายถึง การมีลูกหลานสืบสกุลส่วนประโยชน์ของการกินเจในมุมมองของแพทย์แผนปัจจุบันและแผนโบราณ1.  ให้พลังเย็น  โดยได้รับพลังงานจากฟรุกโตสซึ่งมีในผัก ผลไม้ เป็นพลังที่ไม่ทำร้ายร่างกาย2.  ช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทำให้ไม่มีสารพิษตกค้าง เพราะกากใยในพืชผัก ผลไม้ ช่วยระบบการย่อยและระบบขับถ่าย ทำให้ไม่เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้  รวมถึงโรคที่เกิดจากระบบขับถ่ายผิดปกติต่างๆ3.  หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยฟอกโลหิตในร่างกายให้สะอาด  เซลล์ต่างๆ ในร่างกายจะเสื่อมช้าลง  ทำให้ผิวพรรณผ่องใสมีอายุยืนยาว  สายตาดี  แววตาสดใส ร่างกายแข็งแรงมีความต้านทานโรคมีความคล่องตัวรู้สึกเบาสบายไม่อึดอัด4.  ทำให้ปราศจากโรคร้ายต่างๆเช่น โรคมะเร็ง  โรคหัวใจ  โรคตับ  โรคลำไส้   โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน   โรคเก๊าต์   ฯลฯ เพราะได้รับอาหารธรรมชาติที่มีประโยชน์ซึ่งไม่เป็นสาเหตุและยังช่วยป้องกันโรคเหล่านี้5.  อวัยวะหลักของร่างกายและอวัยวะเสริมทั้ง 5 ทำงานได้อย่างเต็มสมรรถภาพอวัยวะหลักได้แก่  หัวใจ  ไต  ม้าม  ตับ  ปอดอวัยวะเสริมได้แก่  ลำไส้ใหญ่  ลำไส้เล็กกระเพาะปัสสาวะ  กระเพาะอาหาร  ถุงน้ำดี6.  ผู้ที่กินเจจะมีร่างกายที่สามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้สูงกว่าคนปกติทั่วไปซึ่งได้แก่ยากำจัดศัตรูพืช  ยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีที่เป็นอันตรายอื่นๆมลภาวะที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ทั้งจากรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม  ฯลฯซึ่งมีปะปนอยู่ในอากาศ  รวมถึงแหล่งอาหารและน้ำดื่มจะเห็นได้ว่าในทางการแพทย์นั้นการกินเจมีประโยชน์ในการรักษา ที่สามารถพิสูจน์และมองเห็นได้ชัดเจนกว่าประโยชน์ในทางศาสนา แม้ว่าการปฏิบัติจะไม่เคร่งครัดเท่ากับความต้องการประโยชน์ทางด้านศาสนามักมีการสงสัยกันอยู่เสมอว่าการกินเจจะได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่หรือไม่โดยเฉพาะ  “โปรตีน”  ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโปรตีนในเนื้อสัตว์เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดีมากกว่าโปรตีนในพืชซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนักโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายคนเรา มีมากในอาหารประเภทถั่ว“โปรตีน”  คือสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย มีอยู่ในเนื้อสัตว์ทั่วไปรวมทั้งในไข่ขาวและผักและจะมีมากในถั่วชนิดต่างๆเช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง และถั่วอื่นๆโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายจริงๆ มีอยู่ 10 ชนิดซึ่งมีอยู่ทั้งในเนื้อสัตว์และถั่วต่างๆ ที่แตกต่างกันก็คือในเนื้อสัตว์จะมีไขมันมากกว่าถั่วต่างๆ เมื่อกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์จึงได้รับไขมันมากขึ้นไปด้วยทำให้อ้วนรวมไปถึงระบบการย่อยอาหารก็ต้องทำงานหนักขึ้นไปด้วย ต่างจากโปรตีนที่ได้จากถั่วซึ่งมีปริมาณไขมันน้อยกว่า และร่างกายสามารถนำไปใช้ได้พอดีโดยไม่เหลือเป็นส่วนเกิน และยังมีกากใยช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นและที่สำคัญไม่มีคลอเลสเตอรอลเหมือนในเนื้อสัตว์โปรตีนที่มีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราซึ่งมีอยู่ครบในถั่วต่างๆ คือ1.  ไลซีน … มีหน้าที่สร้างความเจริญเติบโตและสร้างความต้านทานให้แก่ร่างกายหากขาดไลซีนร่างกายจะแสดงอาการผิดปกติเช่น มีอาการอ่อนเพลีย  ไม่มีแรง เป็นต้น2.  กลูตามิก …  เป็นกรดอะมิโนที่บำรุงรักษาความเป็นปกติของเซลล์สมองหากขาดกลูตามิกจะเกิดอาการผิดปกติทางสมองควบคุมความรู้สึกและจิตใจตนเองลำบากจะมีอาการเฉยเมย  และซึมเศร้า  3.  วาลีน …  เป็นกรดอะมิโนที่สร้างความเป็นปกติแก่สมองอีกชนิดหนึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อ  ระบบประสาท การรับรู้ความรู้สึกนึกคิด 4. อาร์จีนีน … เป็นส่วนประกอบของอสุจิในเพศชายหากขาดจะทำให้มีโอกาสเป็นหมัน เพราะเชื้ออสุจิไม่แข็งแรงทำให้ไม่สามารถเข้าไปผสมกับไข่ของเพศหญิงได้ นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายไม่สดใสไม่มีความกระชุ่มกระชวย  จิตใจไม่ผ่องใส 5. ซิสตีน …  เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายนำมาใช้สร้างเซลล์เส้นผมและอินซูลิน ทำให้ร่างกายต่อต้านสิ่งที่เป็นพิษได้ดีขึ้น สร้างภูมิต้านทานและสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาทางลมหายใจผู้ที่ขาดซิสตีนจะเกิดอาการเป็นกังวล  หงุดหงิดตับผิดปกติ   เส้นผมหลุดร่วง6. ฟีนายอะลานีน …  หากขาดกรดอะมิโนตัวนี้จะทำให้ควบคุมตนเองไม่อยู่ในเรื่องการรับประทานอาหารจะทำให้รับประทานอาหารไม่หยุดทำให้เกิดโรคอ้วนและอาการมึน ซึมหรือปวดหัว   ฟีนายอะลานีนสามารถนำมาสร้างฮอร์โมนไทร็อกซีนของต่อมไธรอยด์ได้อีกด้วย7. ทรีโอนีน …  มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารและระบบย่อยอาหาร หากขาดทรีโอนีนจะเกิดปัญหาในการย่อยอาหารทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด 8. อิสติดีน … ช่วยดูแลรักษาทำให้ประสาทหูให้ทำงานเป็นปกติ  หากขาดอิสติดีนจะเกิด ความเสียหายกับประสาทหูและเกิดอาการหูอื้อหูตึง ความสามารถในการได้ยินลดลง9. ทริปโตเฟน … ทำหน้าที่ในการย่อยอาหารร่วมกับทรีโอนีน  นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเส้นผม ทำให้เส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย  รากผมแข็งแรงนอกจากนี้ยังทำให้ผิวพรรณผ่องใส และช่วยสร้างเม็ดโลหิตอีกด้วย10. เมทีโอนีน … ช่วยดูแลรักษาตับขับของเสียออกจากตับ ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย หากขาดจะทำให้เส้นตับผิดปกติรวมถึงไตด้วยนอกจากนั้นยังทำให้เส้นผมหลุดร่วงง่าย ร่างกายไม่สดชื่น ผิวพรรณหมองคล้ำ

ทำไมการจัดงานฉลองวันเกิดของเด็กจึงมีความสำคัญ

ทำไมการจัดงานฉลองวันเกิดของเด็กจึงมีความสำคัญ
ในตอนที่เราหลายคนยังเด็กถ้าเรายังพอจะจำความได้ เมื่อเริ่มเข้าใกล้วันเกิดของเรา คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายมักจะรู้สึกตื่นเต้นและมีการเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อจัดงานฉลองในโอกาสนี้ แต่ก็มีผู้ปกครองบางคนต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดงานเลี้ยงวันเกิดและตัดสินใจที่จะไม่มีการเลี้ยงฉลองเลย การทำเช่นนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่สร้างสรรค์เท่าไรนัก

พวกเราต้องการแบ่งปันบทความนี้กับคุณ ซึ่งเราจะพูดถึงความสำคัญของการฉลองวันเกิดของเด็กๆ และสนับสนุนให้ผู้ปกครองรับรู้ถึงกลิ่นอายความสุขของพวกเขา

การตัดสินใจว่าจะจัดหรือไม่จัดงานเลี้ยงดี
เดี๋ยวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป สิ่งที่เราเคยคิดจะจัดงานวันเกิดอย่างเรียบง่าย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นการจัดปาร์ตี้ที่ต้องเชิญแขกมากกว่า 50 คน โต๊ะขนม และของประดับตกแต่งราคาแพง ซึ่งสุดท้ายก็อาจจะจะต้องทิ้งไป อย่างไรก็ตาม Jacqueline Woolley มีความคิดสนับสนุนและให้ความสำคัญกับการเฉลิมฉลองในวันเกิด เพราะเด็กเองก็เหมือนผู้ใหญ่ที่ต้องการมีกิจกรรมส่วนตัว
ความสำคัญของการฉลองวันเกิด
Jacqueline ทำการศึกษาระหว่างแนวคิดเรื่องอายุและวันเกิดในเด็กเล็ก โดยทำการรวบร่วมข้อมูลผ่านอาสาสมัครเด็ก 99 คนที่มีอายุระหว่าง 3 ถึง 5 ขวบ เพื่อให้มาตอบคำถามว่าเขาคิดว่าคนที่พวกเขาเจออายุเท่าไหร่ ขั้นตอนทดสอบนั้นก็ไม่ซับซ้อนโดยใช้เด็กอายุ 2 ขวบที่กำลังจะขึ้น 3 ขวบ 3 คน โดยคนแรกให้จัดงานวันเกิด คนที่สองไม่ได้จัดงาน และคนที่สามจัดงานวันเกิด 2 ครั้ง จากนั้นอาสาสมัครจะถูกขอให้ระบุว่าเด็กแต่ละคนมีอายุเท่าไหร่ ผลการวิจัยพบว่าเด็กหลายคนบอกว่าคนที่ไม่เคยจัดงานเลี้ยงอายุ 2 ขวบและคนที่มีงานเลี้ยง 2 ครั้งอายุ 4 ขวบ

จากการทดสอบของ Jacqueline พบว่าสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน การได้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันโดยเป็นการเปลี่ยนไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่งนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ชัดเจน เด็กๆ คิดว่างานวันเกิดเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและส่งเสริมการเจริญเติบโต
Jacqueline เชื่อว่าสำหรับเด็กอายุ 4 ขวบ งานเลี้ยงวันเกิดของพวกเขาและการได้ฉลองวันเกิดกับครอบครัวนั้นมีความสำคัญ ดังนั้นผู้ปกครองอาจพิจารณาถึงข้อดีต่อไปนี้:

พวกเขาจะมีความนับถือตนเองมากขึ้น เมื่อเด็กได้มีงานวันเกิดพวกเขาจะรู้สึกว่าเป็นที่รักและมีบทบาทในครอบครัว และเชื่อมั่นว่าวันเกิดของพวกเขาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของพ่อแม่
เสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว มันเป็นสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะจัดงานเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่เกี่ยวข้องคือความรู้สึกที่ได้อยู่ด้วยกันเพื่อเฉลิมฉลองบางสิ่งที่พิเศษ
สร้างความสัมพันธ์ทางสังคม การเชิญเพื่อนๆ ปู่ย่าตายาย หรือทั้งครอบครัวไปงานเลี้ยงวันเกิดช่วยให้เด็กมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้รับรู้ถึงมิตรภาพและความเมตตา
สร้างความทรงจำในเชิงบวก จากการศึกษาเกี่ยวกับความทรงจำก่อนวัยเรียนปรากฎว่าความทรงจำในวัยเด็กส่วนใหญ่ไม่ใช่ความทรงจำจริงๆ แต่เป็นความทรงจำที่สร้างขึ้นจากข้อมูลจำนวนมากที่รวบรวมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยที่ไม่รู้ตัว เช่น ความรู้สึก กลิ่น และดนตรี ดังนั้นการสร้างความทรงจำจากการเฉลิมฉลองจึงเป็นสิ่งที่มีความหมายจริงๆ
มันช่วยให้พวกเขารับรู้การเติบโต เด็กๆ ไม่ได้ตระหนักถึงการเติบโตของตัวเอง นอกเสียจากจะรู้จากคนอื่น นั่นเป็นสาเหตุที่การฉลองในวันเกิดนั้นเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมสำหรับพวกเขาเพื่อให้รับรู้ว่าตัวเองเติบโตขึ้นอีกปี
การเฉลิมฉลองไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องโอ้อวด

ผู้ปกครองบางคนอาจรู้สึกกดดันในการฉลองวันเกิดของลูก อย่างไรก็ตาม การฉลองวันเกิดของเด็กนั้นไม่จำเป็นต้องมีอะไรมากมายเกินไป เด็กๆ จะมีแรงบันดาลใจหรือตื่นเต้นมากขึ้นจากการเฉลิมฉลอง และรู้สึกได้ถึงความรัก ดังนั้นเพียงแค่เป่าเทียนและกินเค้กก็เป็นการเฉลิมฉลองที่ดีพอแล้ว

สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เค้กวันเกิดที่เริ่ดที่สุดในโลกหรือของขวัญที่แพงที่สุดจากร้านดัง แต่เป็นความอบอุ่นในสภาพแวดล้อมที่เด็กๆ รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วม อบอุ่น และเป็นที่ยอมรับต่างหาก

คุณเคยฉลองวันเกิดกับลูกๆไหม? มีอะไรพิเศษในวันเกิดของลูกๆของคุณ บอกเล่าเรื่องราวน่ารักๆในเพจของเรา!

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก brightside — เรียบเรียงโดย เพลินเพลิน

ล็อคดาวน์ระลอก 3 หนักกว่าเม.ย.63 ภาคครัวเรือนกังวลจ้างงาน-รายได้ —

10 ส.ค. 2564 • 14:30 การเงินธนาคาร ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและ […]

ล็อคดาวน์ระลอก 3 หนักกว่าเม.ย.63 ภาคครัวเรือนกังวลจ้างงาน-รายได้ —

ช้อปปี้เตรียมเปิดบริการ “ShopeeFood” ลุยตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ รับ-ส่งอาหาร — DroidSans

ปัจจุบันนี้ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่นั้นได้รับความนิยมเป็นอย […]

ช้อปปี้เตรียมเปิดบริการ “ShopeeFood” ลุยตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่ รับ-ส่งอาหาร — DroidSans

โยเกิร์ตเค้ก

เค้กโยเกิร์ตไขมันต่ำให้พลังงานต่ำ มี3รสได้แก่
รสโยเกิร์ตธรรมชาติ ,มันหวานญี่ปุ่นและโยเกิร์ตลูกพรุน
(พิเศษ ราคา100บาท/กล่อง เมื่อรับเองหน้าร้าน)
ราคารวมค่าจัดส่งแล้ว
1กล่อง140บาท
หรือสั่งเป็นเซ็ท
Set A 260 บาท มี2กล่อง
Set B 760 บาทมี 6กล่อง
Set C 1200 บาท มี10กล่อง (สุดคุ้ม)🎉🎉 สินค้าจัดส่งแบบปณ EMS เท่านั้นส่ง วัน จ-พฤ (ตัดรอบส่งก่อน14.00น.ของทุกวัน หลังจากนั้นจะส่งเป็นวันถัดไป) จัดส่งหลังจากชำระเงิน1วัน เนื่องจากสินค้าผลิตวันต่อวันเท่านั้น….สามารถคละรสได้….สนใจราคาส่ง♥️♥️ติดต่อ inbox ครับ
สามารถสั่งได้ 2ช่องทาง
1.inbox กับทางร้านโดยตรง
สั่งผ่าน Shopee ที่ลิ้งค์ด้านล่าง ทางร้านมีแจกโค็ดส่วนลดกับทางชอปปี้เป็นช่วงๆ..#ฝากติดตามร้านเค้กหอมเพื่อรับโค็ดส่วนลดนะคะ🙏🙏
ลองเข้ามาดู ของร้านเค้กหอมที่ Shopee! cakeonline: https://shopee.co.th/cakeonline?smtt=0.0.9
เลือกซื้อสินค้าอื่นที่ ร้านคลิ๊กลิ๊ง https://shop.line.me/@cakehom

ประหวัติขนมไทย


ขนมไทย เป็นของหวานของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณกาล ใช้แป้ง น้ำตาล และกะทิเป็นส่วนผสมหลัก รสชาติหวาน มัน นุ่ม เหนียว รูปลักษณ์สีสันสวยงาม กลิ่นหอมหวานจากวัตถุดิบที่ใช้ทำชวนน่ารับประทาน แต่เพื่อนๆ รู้ไหมว่าขนมไทยมีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง

ขนมไทย มีประวัติความเป็นมายาวนาน หลักฐานเก่าแก่ที่สุดระหว่างขนมไทยกับคนไทยคือวรรณคดีมรดกสุโขทัยเรื่อง “ไตรภูมิพระร่วง” (พ.ศ. 2431) ที่กล่าวถึง ขนมต้มไว้ว่า “กาลวันหนึ่งพระองค์จึงให้หาเข้าหนมต้มได้ 16,000 ลูก พระองค์จึงถอดแหวนพระธำมรงค์วงหนึ่งออกจากพระกรแห่งพระองค์ พระองค์จึงใส่เข้าในเข้าหนมนั้น” เป็นสิ่งบอกเล่าได้ดีว่าขนมไทยมีมาแต่โบราณ

ขนมไทยเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในสมัยอยุธยา ดังปรากฏข้อความในจดหมายเหตุหลายฉบับ บางฉบับกล่าวถึง “ย่านป่าขนม” หรือตลาดขนม คือบริเวณหน้าวัดมหาธาตุ ซึ่งชาวบ้านในย่านนี้จะทำขนมขายหน้าร้าน มีขนมโบราณชื่อแปลก ๆ ให้ได้เห็นกัน อาทิ ขนมชะมด ขนมเกวียน สามเกลอ หรือหินฝนทอง บางฉบับกล่าวถึง “บ้านหม้อ” ที่มีการปั้นหม้อ กระทะขนมเบื้อง เตาและรังขนมครก

ขนมไทย มีบทบาทมากที่สุดในช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชาวโปรตุเกส อย่างท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่า “ท้าวทองกีบม้า” ผู้เป็นต้นเครื่องขนมหรือของหวานในวัง ได้สอนให้สาวชาววังทำของหวานต่าง ๆ โดยเฉพาะได้นำไข่ขาวและไข่แดงมาเป็นส่วนผสมสำคัญอย่างที่ทางโปรตุเกสทำกัน ได้แก่ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และรวมไปถึง ขนมทองโปร่ง ขนมทองพลุ ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า ฯลฯ

ตำราอาหารถูกตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเริ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “แม่ครัวหัวป่าก์” เป็นตำราอาหารไทยเล่มแรก ประพันธ์โดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ในตำราอาหารไทยเล่มนี้ปรากรายการสำรับของหวานเลี้ยงพระอันประกอบด้วย ขนมทองหยิบ ขนมฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมหันตรา ขนมถ้วยฟู ข้าวเหนียวแก้ว ขนมลืมกลืน วุ้นผลมะปราง ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าคนไทยนิยมทำขนมใช้ในงานบุญเป็นแบบแผนต่อเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา
Cr.หนังสือแม่บ้าน